วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554


บทเรียนทักษะชีวิต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมาเยาวชนวัดอัครเทวดามีคาแอล หนองบัวลำภู จำนวน 30 คน ได้ไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมเยี่ยมเยียนและทำความสะอาดบ้านผู้สูงอายุที่หมู่บ้านภูพานทอง อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยแบ่งกลุ่มเยาวชนออกเป็น 5 กลุ่ม และทำความสะอาดบ้านผู้สูงอายุ 5 หลัง ทำความสะอาดภายในและภายนอกบ้าน กิจกรรมการทำความสะอาดบ้านผู้สูงอายุในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนโดยวัดอัครเทวดามีคาแอล หนองบัวลำภู มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้สำนึกถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและปฏิบัติภารกิจแห่งรักของคริสตชน เนื่องจากกิจกรรมนี้ได้ถูกจัดขึ้นใกล้กับวันแม่แห่งชาติ หลังจากที่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วเยาวชนก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการร้องเพลงวันแม่เพื่อผู้สูงอายุด้วย เมื่อถามเยาวชนว่า “ทำกิจกรรมนี้เหนื่อยไหม” หลายคนตอบว่า “เหนื่อยแต่สนุกมากๆ” อาสาสมัครจาก Europe ที่ติดตามและร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ก็ได้กล่าวว่า เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้มาวันนี้ เพราะประสบการณ์นี้ทำให้เขาเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านและผู้สูงอายุในประเทศไทย เป็นประสบการณ์ที่จะหาได้ยากถ้าเปรียบกับนักท่องเที่ยวทั่วไป


ตามรอยเท้าจิตตารมณ์พ่อ

จากบ้านเกิดเมืองนอน มารับใช้พระศาสนจักร หนุ่มชาวเยอรมันที่มีชื่อว่า “ บราเดอร์เบริ์น ” นักบวชคณะพระวจนาตถ์ของพระเจ้า หรือเรียกย่อๆ ว่า คณะ SVD บราเดอร์ได้สมัครใจมาฝึกงานที่ประเทศไทยในจังหวัดหนองบัวลำภู บ้านหลังเล็ก ที่ถูกเติมเต็มด้วยความรักที่อบอุ่น

จากบราเดอร์เบริ์น ในรูปแบบที่เดินตามรอยเท้าของผู้ก่อตั้งคณะ ในการรับใช้ผู้ป่วย งานด้านสังคมสงเคราะห์ และการช่วยเหลือบุคคลรอบข้างโดยไม่คำนึงถึง ชนชาติ ศาสนา สีผิว นี่คือ ประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมได้เลย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม สัตบุรุษวัดอัครเทวดามีคาแอล ร่วมกันร้อยดวงใจให้เป็นหนึ่งในคำภาวนา และจัดงานเลี้ยงอำลา บราเดอร์เบริ์น ครบวาระในการฝึกงานที่ประเทศไทย บราเดอร์จะเดินทางไปประเทศเยอรมัน เพื่อรอรับการถวายตัวตลอดชีพ นับจากวันนี้สัตบุรุษวัดอัครเทวดามีคาแอล คงต้องรอคอยการกลับมาของบราเดอร์เบิร์นอีกครั้ง

หลังจากที่ถวายตัวตลอดชีพแล้ว ขอคำภาวนาสำหรับบราเดอร์เบริ์น ร๊อฟฟิ่ง ของเราด้วย

ความในใจที่อยากจะบอก ....

เป็นประสบการณ์ที่ดีของบราเดอร์ ที่เราต้องมาอยู่ร่วมกัน ณ วัดแห่งนี้ บราเดอร์อยากจะบอกว่า “ วัดไม่มีเท้าเดิน แต่คนมีเท้า เราต้องเป็นเครื่องมือที่จะขับเคลื่อนให้วัดเป็นสถานที่แห่งความสุขสำหรับทุกคน วัด ก็คือ ตัวเราเอง อย่าทำให้วัดเป็นเพียงตึก ที่ไร้วิญญาณ แต่จงทำให้วัดเป็นวัดที่มีชีวิตชีวา ให้ทุกคนที่ได้มาสัมผัสได้รับความสุข เราเดินทาง เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มันคือ ประสบการณ์ที่ดีที่ได้รับ เมื่อบราเดอร์ไม่ได้อยู่ใกล้แล้ว ก็จะคิดถึงทุกคนที่อยู่หนองบัวลำภู


ข้อมูลเกี่ยวกับคณะ SVD

เอกลักษณ์เฉพาะของคณะพระวจนาตถ์ของพระเจ้า คืออะไร

เราเป็นคณะนักบวชแพร่ธรรมคาทอลิกที่มีจำนวนสมาชิกทั้งพระสงฆ์ และภราดา มากที่สุดในโลก คณะพระวจนาตถ์ของพระเจ้าทำงานในประเทศต่างๆ เพื่อช่วยคนยากจนที่ขัดสนลำบาก นับแต่เริ่มตั้งคณะในปี ค.ศ. 1875 เรามีความภาคภูมิใจในการเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนะรรม เราให้เกียรติและยอมรับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ด้วยการรับฟังความเชื่อของเขา และในขณะเดียวกันแบ่งปันความเชื่อของเรา พวกเราซึ่งมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง ตั้งใจที่จะอยู่และทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพื่อเฉลิมฉลองและเป็นพยานถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระอาณาจักรของพระเจ้า

คณะทำงานรับใช้ที่ไหนบ้าง

ปัจจุบันคณะพระวจนาตถ์ของพระเจ้า ทำงานใน 70 กว่าประเทศทั่วโลก และมีสมาชิกมากกว่า 6,000 คน เราประกาศพระวรสารและแบ่งปันพระวาจาของพระเจ้าด้วยการดำเนินชีวิต ทำงาน เทศน์สอนและแบ่งปันเกี่ยวกับงานอภิบาลด้านต่างๆ กับมวลมนุษย์ในโลก คณะ SVD แบ่งเขตงานแพร่ธรรมซึ่งแพร่ขยายไปทั่วโลก ออกเป็นสี่ภาคคือ แอฟริกา เอเชียและแปซิฟิก อเมริกาใต้และอเมริกาเหนือ และยุโรป ส่วนในประเทศไทย ปัจจุบัน เราทำงานรับใช้ในสังฆมณฑลอุดรธานี ซึ่งอยู่ในภาคอีสาน

งานของคณะที่ทำมีอะไรบ้าง

สามารถพูดได้ว่างานของเรา เป็นงานแพร่ธรรมที่สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ เราปฏิบัติตามแนวทางของสังคายนาวาติกันที่ 2 เรื่องการแพร่ธรรมของพระศาสนจักร ด้วยการพยายามนำข่าวดีแห่งความรอดพ้นสู่ทุกชนชาติ ด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ในพระศาสนจักรคาทอลิก เป็นที่รู้จักกันดีว่าเราทำงานกับคนพื้นเมือง แรงงานพลัดถิ่น ผู้อพยพลี้ภัย และคนด้อยโอกาส งานอภิบาลของเรามีความหลากหลาย เพราะเราตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละชุมชนที่เรารับใช้ ณ ที่บางแห่งในโลกนี้เราช่วยพัฒนาระบบการศึกษา และในบางแห่งเราช่วยตั้งโครงการเกี่ยวกับมนุษยชนและการพัฒนาสังคม นอกจากนั้นเรายังทำงานอภิบาลด้านต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งการเป็นผู้นำการเข้าเงียบ การเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ และการเป็นจิตตาธิการ ทั้งนี้ด้วยการตระหนักถึงศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน และเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อผู้ด้อยโอกาส