วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ประมวลภาพกิจกรรมประจำเดือนพฤศจิกายน 2011


ฉลองวัดเขตเมืองเลย
คุณพ่อเจ้าอาวาสและสัตบุรุษร่วมงานฉลองวัดพระคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล ที่จังหวัดเลย ในวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน ในการนี้ เยาวชนชาวเวียดนามซึ่งเป็นสัตบุรุษวัดหนองบัวลำภู ก็ได้ร่วมแสดงในโอกาสฉลองวัดครั้งนี้ การแสดงดังกล่าวได้ออกถึงวัฒนธรรมของชาวเวียดนามเกี่ยวกับการทำนาในภาคใต้ของประเทศเวียดนาม

มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์


เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมามูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ ได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์วันเอดส์โลก โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ “ จะไม่มีผู้ติดเชื้อเอฮ ไอ วี รายใหม่ จะไม่มีการตายเนื่องเอดส์ และจะไม่มีการตีตราหรือเลือกปฎิบัติ ” โดยมีบราเดอร์เดเมียน ลันเดอร์ส ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ เป็นประธานในการเปิดงาน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 300 คน
มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ มีหน้าที่ให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเฮช ไอ วี ได้เข้ามาพักฟื้นร่างกายและจิตใจ บ้านหลังนี้ ไม่ใช่ดูแลฝ่ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ ที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยทางด้านจิตใจเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะฉวยโอกาสเมื่อเวลาที่จิตใจอ่อนแอ ก็จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอด้วย มีบางครั้ง ที่ผู้ป่วยมารับการรักษาที่มูลนิธิฯ สภาพคงไม่ต่างจากร่างที่ไร้วิญญาณ แต่เมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ที่แห่งนี้แล้ว ชีวิตใหม่ก็เกิดขึ้น กำลังใจถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยบางรายก็ได้จากโลกนี้ไปด้วยความสงบ เจ้าหน้าที่ทุกคน พยายามที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยเฮช ไอ วี ดุจญาติพี่น้อง ในขณะเดียวกัน เราทุกคนที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ก็พยายามที่จะผลักดันให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เมื่อร่างกายและจิตใจของเขาพร้อมที่จะเผชิญสู่สังคม ที่พวกเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ สารวัดประจำเดือนธันวาคมฉบับนี้ ต้องการที่จะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่ง ที่ต้องทนทุกข์กับเชื้อ เฮช ไอ วี เขาต้องอยู่กับเชื้อนี้อย่างไร แล้วทำไม เขาจึงได้มาอยู่ที่มูลนิธิบ้านนิจจาฯ เขารู้ได้อย่างไรว่า สถานที่แห่งนี้ คือ บ้านหลังที่ สองของเขา ....
ขอให้คุณได้แนะนำตนเอง โดยใช้นามสมมุติ
* ผมชื่อ น้อย ครับเป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์ อายุ 56 ปี 11 เดือน
รู้ตัวว่าติดเชื้อเฮช ไอ วี เมื่อไหร่ แล้วในขณะนั้นรู้สึกอย่างไร
* เมื่อประมาณปลายปี 2537 ได้เข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดไส้ติ่ง ที่จังหวัดสตูล จึงได้ทราบว่ามีเชื้อเอช ไอ วีอยู่ในตัวผม ในขณะนั้นไม่เกิดความรู้สึกใดๆ หรือหมดกำลังใจ เพราะผมยังสามารถทำงานเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้เพราะร่างกายยังแข็งแรงปกติดี เป็นเพียงผู้ติดเชื้อ เอช ไอ วีเท่านั้น
คุณเคยรู้จัก มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ก่อนใหม
* ไม่เคยทราบมาก่อนครับ
ใครเป็นคนแนะนำคุณ ให้เข้ามารักษาตัวเองที่มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์
* เจ้าหน้าที่ บ้านคุ้มครองเด็กและสตรีจังหวัดกาฬสินธุ์ นำมาส่งที่มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ ถึงได้ทราบว่ามีสถานที่รักษาผู้ติดเชื้อ คือ บ้านนิจจานุเคราะห์
คุณคิดว่า มูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ได้ให้อะไรสำหรับคุณบ้าง
* ให้โอกาสฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจ การประชุมทุกวันพุธ โดยคุณพ่อแอนโทนี่และเจ้าหน้าที่อาสา ได้อบรมส่งเสริมกำลังใจ พูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายความทุกข์ใจ แสดงความเห็นใจซึ่งกันในกลุ่ม
ผู้ฟื้นฟูและให้ทานยาตรงเวลา
สุดท้ายนี้ คุณมีอะไรจะฝากสำหรับผู้ที่กำลังอ่าน บทความของคุณในขณะนี้ใหม
มีครับ บ้านนิจจานุเคราะห์ของเรายังขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆครับ ดังนั้น ผมจึงขอเป็นกระบอกเสียงที่จะขอความเมตตากรุณาผู้มีน้ำใจดีทุกท่าน โปรดบริจาคอาหารเสริมสำหรับพวกผมด้วยครับ เช่น โอวัลดิน ไมโล นมข้นหวาน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ พร้อมกันนี้ ผมขอตอบแทนพระคุณมูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ด้วยกำลังของผม เช่น ทำความสะอาดบ้านพักและห้องทำงาน ขับรถบริการเจ้าหน้าที่ และอื่นๆ และต้องการที่จะให้บ้านนิจจาฯ ช่วยจัดหางานให้ผมทำตามความสามารถของผมเพื่อที่จะมีรายได้และดำเนินชีวิตต่อไป โดยไม่เป็นภาระแก่มูลนิธิฯและสังคม สุดท้ายนี้ ผมขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ทุกท่าน โดยเฉพาะบราเดอร์เดเมียน ที่ได้ก่อตั้งมูลนิธิฯนี้ขึ้นมา และขอบคุณคุณพ่อที่ช่วยทำให้พวกผมมีกำลังใจ ในการดำเนินชีวิตต่อไป
ก่อนจากกันในวันนี้ ก็ต้องขอบคุณ หนึ่งชีวิตที่ได้ให้การแบ่งปันเรื่องราวชีวิตที่แสนจะเจ็บปวด ที่เขาคนนี้ก็สามารถอยู่กับมันได้ และก็ขอฝากให้ผู้อ่านทุกท่าน ได้ให้โอกาสสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ เฮช ไอ วี ไม่ใช่เขาเท่านั้นที่รอโอกาส แต่เราทุกคน ก็ต้องการ โอกาสเช่นเดียวกับเขา ขอให้คุณเป็นคนแรกเถอะค่ะ ที่จะเปิดโอกาสและนำชีวิตของเขาสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและเข้าใจในความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง

บ้านแม่มารีย์


บ้านแม่มารีย์ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ บ้านแม่มารีย์เป็นบ้านสำหรับเยาวชน ที่ติดเชื้อเฮช ไอ วี มีภาวะยากลำบาก เนื่องจากขาดการดูแลหรือพ่อแม่เสียชีวิต ต้องอาศัยอยู่กับญาติหรือผู้อุปการะที่มีฐานะยากจน บ้านแม่มารีย์ รับเยาวชนชาย—หญิง ที่มีอายุระหว่าง 15 ปี - 25 ปี ไม่มีคู่สมรส ไม่มีผู้ดูแลหรือผู้อุปการะ บ้านแม่มารีย์จะให้การส่งเสริมสนับสนุนการศึกษา ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต ส่งเสริมฝึกทักษะอาชีพและสนับสนุนช่วยเหลือเยาวชนในการดำรงชีวิตในอนาคตต่อไป ปัจจุบันบ้านแม่มารีย์มีเยาวชนชาย 1 คน เยาวชนหญิง 3 คน พวกเขามีหน้าที่ ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบ ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเองในแต่ละวัน วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นวันเอดส์โลก วัดอัครเทวดามีคาแอล ขอเป็นส่วนหนึ่งได้เล่าบทความของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เล่าประวัติของตนเอง เพื่อที่จะแบ่งปันให้พี่น้องได้รับฟัง ในเรื่องราวชีวิตของเธอ เธอติดเชื้อเฮช ไอ วี ได้อย่างไร และชีวิตของเธอก็ไม่เคยที่จะยอมแพ้และไม่เคยกล่าวโทษ บิดา มารดา ของตนเอง กับเพิ่มความรักและเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับเธอ ที่จะสู้ สู้ เพื่อวันข้างหน้า ยืนหยัดที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างปกติเหมือนคนธรรดา คนหนึ่ง
หนูชื่อ น้องกอหญ้า ( นามสมมุติค่ะ) หนูเป็นเด็กคนหนึ่งที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่โดยมูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ หนูเกิดที่จังหวัดขอนแก่น อาศัยอยู่กับพ่อ แม่เลี้ยง และน้องชาย ฐานะทางครอบครัวยากจน ชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้น รายได้ไม่พอกับรายจ่าย เมื่อครั้งที่หนูเป็นเด็กเล็กๆหนูไม่สบายบ่อยร่างกายอ่อนแอ เข้า- ออก โรงพยาบาลบ่อยๆ จนกระทั่งหนูอายุ 7 ขวบแม่บอกกับหนูว่าหนูติดเชื้อเอดส์ ซึ่งหนูไม่เข้าใจหรอกว่าเอดส์ คืออะไร แต่สิ่งที่หนูรับรู้และสัมผัสได้และทรมานมากกับการที่หนูต้องกินยาทุกๆวันวันละ 2 ครั้ง หนูไม่อยากกินเพราะยามีรสขม และเม็ดใหญ่ ต้องกินครั้งละหลายๆเม็ด หนูถูกบังคับให้กินยาเป็นเวลา 3 ปี หนูเบื่อและไม่รู้ว่าทำไมต้องกินยาทุกวัน และกินทำไม หนูแอบเอายาทิ้งประจำ และในที่สุดหนูก็ถูกคุณหมอดุเป็นประจำ คุณหมอเปลี่ยนยาให้หนูบ่อยๆทุกครั้งที่เปลี่ยนยา การกินยาก็ยากขึ้นจนกระทั่งหนูอายุ 10 ขวบ แม่ก็ป่วยหนักเข้า- ออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้งและแม่ก็จากหนูไป งานศพของแม่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย หลังจากงานศพของแม่ผ่านไปได้ไม่นาน หนูมีความรู้สึกว่าผู้คนในหมู่บ้าน ครู เพื่อน ไม่ค่อยมีใครอยากพูดคุยกับหนู ทุกคนมองหนูเหมือนเป็นตัวเชื้อโรค หนูได้ยิน
คำพูดที่ทิ่มแทงเสียดสีจากคนในหมู่บ้านของหนูทุกวันว่า “ แม่มันเป็นเอดส์ตาย ”หนูถูกรังเกียจ หนูรู้สึกอับอายหนูมีชีวิตอยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ ชีวิตทุกๆวันที่— ขอนแก่น หนูมืดมนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างหนูมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันตายอย่างที่คนเขาพูดกัน สุขภาพของหนูก็แย่ลงเรื่อยๆ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯไม่ได้ผล หนูดื้อต่อยาหลายๆชนิด เชื้อไวรัสในกระแสเลือดก็เพิ่มขึ้น จนคุณหมอต้องหยุดยาต้านไวรัสฯไว้ก่อน คุณหมอบอกว่ารอให้คุณหมอหาที่อยู่ใหม่ๆที่ดีๆให้หนูก่อนค่อยเริ่มยาใหม่ จนกระทั่งคุณหมอท่านส่งหนูมาอยู่ที่หนองบัวลำภู หนูอยู่ในความดูแลของมูลนิธิบ้านนิจจานุเคราะห์ หนูพักอยู่บ้านพักเยาวชน คือ บ้านแม่มารีย์ ช่วงที่หนูมาอยู่ใหม่ๆ หนูยอมรับว่าหนูสับสน หนูกลัว กลัวในสิ่งที่หนูยังมองไม่เห็น 1 เดือนผ่านไปหนูเริ่มได้รับการเรียนรู้หลายๆอย่าง หนูได้รับโอกาสทางสังคม หนูได้รับการดูแลเอาใจใส่ หนูได้เรียนหนังสือ และหนูได้เริ่มรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสใหม่อีกครั้งที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ยาที่หนูได้รับ การกินยายากกว่าเดิม เพราะหนูกลืนยาลงคอหนูก็อาเจียนทุกครั้ง กินอาหารก็ไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียนตลอดทั้งวัน หนูรู้สึกท้อมากกับการกินยา แต่แล้วหนูก็ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลหนู หนูได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ก่อนถึงเวลากินยา เจ้าหน้าที่ก็จัดเตรียมผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และพูดคุยกับหนูบางทีก็เล่าเรื่องตลกๆ ให้หนูฟัง จนหนูลืมอาการข้างเคียงที่มีผลจากยาต้านไวรัสฯ จนหนูสามารถดูแลตัวเองได้และกินยาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาผลไม้หรือสิ่งอื่นๆ ช่วย ชีวิตของหนูได้รับการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดเจนจากหลายๆเรื่อง เช่น ในอดีตหนูไม่ได้เรียนหนังสือ มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นทุกข์ยาก อดมื้อ อิ่มมื้อ ถูกรังเกียจจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้คน ไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าแม้แต่จะมีลมหายใจ อดีตที่ผ่านมาหนูตายทั้งเป็น ปัจจุบัน หนูมีชีวิตใหม่ที่สดใสสวยงาม หนูได้รับโอกาสมากมายจากบ้านแม่มารีย์ หนูได้เรียนหนังสือ หนูมีเพื่อน หนูมีสังคม หนูมีพ่อ มีแม่ที่คอยอบรมสั่งสอน ทำให้หนูมีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตหลายๆอย่าง ทำให้ได้เข้าใจระหว่าง คำว่า “ เอดส์ ” กับ “ เชื้อเอช ไอ วี ” และเข้าใจคำว่า” คุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ” ความเท่าเทียบกันในสังคม
ณ วันนี้ หนูยิ้มได้เต็มหน้าและกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้คนในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ มูลนิธิบ้านนิจจาฯได้เติมเต็มให้กับชีวิตที่ขาดวิ่นของหนู ขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบเป็นของขวัญที่ลำค่าสำหรับชีวิตของเด็กติดเชื้อ เอช ไอ วี คนหนึ่ง
หนูขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ได้ช่วยเหลือหนูและช่วยกันคืนชีวิตใหม่ที่สดใสให้หนูจนหนูสามารถตอบโจทย์ของสังคมได้ ขอบคุณค่ะ
ด้วยรักและขอบคุณ
จาก .. เด็กหญิงกอหญ้า..